top of page

เวทีวิชาการไทย-จีน เรื่อง "ยุทธศาสตร์การต่างประเทศยุคใหม่ และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน"

อัปเดตเมื่อ 3 ก.ค. 2566




สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ , ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศและมหาวิทยาลัยหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน


จัดเวทีวิชาการไทย-จีน เรื่อง "ยุทธศาสตร์การต่างประเทศยุคใหม่ และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน" เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ผ่านระบบออนไลน์


✍ภายในงานมีการปาฐกถาว่าด้วยเรื่อง "ยุทธศาสตร์การต่างประเทศยุคใหม่"

👉 ฝ่ายไทย ปาฐกถาโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ


"การต่างประเทศในยุคนี้ มีปัจจัยเข้ามาส่งผลมากมาย ปัจจัยจากแนวโน้มใหม่ของโลก ที่เป็นสังคมผู้สูงอายุ สังคมโรคระบาด สังคมนวัตกรรม สังคมเมือง ฯลฯ ปัจจัยจากระเบียบโลกทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป เช่น บทบาทเงินหยวน เศรษฐกิจดิจิทัล และที่สำคัญโลกอยู่ภายใต้การแข่งขันของมหาอำนาจ ความตึงเครียดเรื่องเกาะไต้หวัน ความตึงเครียดคาบสมุทรเกาหลี ความพยายามในการแบ่งกลุ่มประชาธิปไตยกับเผด็จการ


เรากำลังอยู่ในโลกที่กำลังผันผวนอย่างมาก การเมืองระหว่างประเทศเองก็ไร้ระเบียบที่ชัดเจน มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ New World Order ต้องมองหา New Look Diplomacy ดังนั้น ยุทธศาสตร์การต่างประเทศยุคใหม่ท่ามกลางโลกที่ผันผวนเช่นนี้ ผู้กำหนดนโยบายต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รู้ว่าผลประโยชน์ของประเทศอยู่ที่ใด เข้าใจยุทธศาสตร์ของมิตรประเทศต่างๆ ที่มีหลากหลาย บูรณาการนโยบายต่างๆ ให้เป็นนโยบายต่างประเทศ"



----------

👉ฝ่ายจีน ปาฐกถาโดย ดร. สวี ปู้ ประธานสถาบันวิจัยระหว่างประเทศของจีน และเลขาธิการศูนย์ศึกษาความคิด Xi Jinping ด้านการทูต

"ความสัมพันธ์จีนกับอาเซียนสำคัญอย่างยิ่ง และความร่วมมือระหว่างไทยจีน เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของความสัมพันธ์อาเซียนและจีน ประชาชนไทยจีนทั้งสองประเทศมีความผูกพันกัน ผู้นำสองฝ่ายไว้ใจกัน นโยบาย BRI เองประสบความสำเร็จในอาเซียน ในช่วงโควิด ไทยและจีนให้ความช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี


เอเชียและอาเซียนเติบโตอย่างต่อเนื่อง อาเซียนเปิดประตูกว้างสู่โลกภายนอก เศรษฐกิจอาเซียนมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นใน GDP ของโลก อาเซียนกำลังสำคัญ เอเชียกำลังผงาด มาในวันนี้เอเชียมีภูมิปัญญาที่จะเสนอโลก คือ "แสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง" ฉะนั้น จีนจะเปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างหลากหลาย

จีนมีแผนที่จะสร้างความมั่นคงระดับโลก แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่โลกต้องเผชิญ บนหลักการที่จีนที่ยึดถือคือ การพัฒนาอย่างสันติ เคารพซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้น จีนจะให้ความสำคัญของความร่วมมือมากกว่าขัดแย้ง เพื่อประโยชน์ทั้งหมดของคนเอเชียและคนทั้งโลก"



ในช่วงบ่าย มีการเสวนาวิชาการในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์การต่างประเทศยุคใหม่ และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน"


วิทยากรฝ่ายไทย 1. คุณกวี จงกิจถาวร

นักวิจัยอาวุโส สถาบันการศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2. ท่านวิบูลย์ คูสกุล

อดีตเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน

3. พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ


วิทยากรฝ่ายจีน

1.ศาสตราจารย์ ดร. จูเฟิง

คณบดี คณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยนานกิง (ที่ปรึกษาของกระทรวงต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน)

2. ท่านหนิง ฟู่ขุย

อดีตเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

3. ศาสตราจารย์ ดร. ซ่ง เต๋อซิง

อดีตคณบดี คณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์และความมั่นคง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน


ดำเนินงานเสวนาโดย

คุณยุวดี คาดการณ์ไกล

รองประธานสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ

รองศาสตราจารย์ ดร. หยูฉวิน

ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ประเทศจีน



สถาบันคลังปัญญาฯ ขอขอบคุณผู้จัดร่วมทั้งฝ่ายจีนและฝ่ายไทย และที่สำคัญผู้เข้าร่วมฟังทุกท่านที่ให้ความสนใจในของเรา 😄😄😄





ดู 124 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page