top of page

แสงไฟแห่งอ่าววิคตอเรียจะสว่างขึ้น ด้วยกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง ?


ยุวดี คาดการณ์ไกล รองประธานสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ 24 มิถุนายน 2563


เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวว่ารัฐบาลจีนจะประกาศใช้ “กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง” จึงได้รับการจับตามองจากทั่วโลก หลายคนอาจคิดไปว่า “ฮ่องกงอาจสิ้นแล้ว จีนกำลังจะเปลี่ยนนโยบายหนึ่งประเทศสองระบบ กลายเป็นหนึ่งประเทศหนึ่งระบบแล้ว” คนบางกลุ่มในฮ่องกงที่ต่อต้านรัฐบาลปักกิ่งก็ลุกขึ้นประท้วงด้วย บางกลุ่มก็ขอการคว่ำบาตรจากต่างประเทศอย่างเปิดเผยเพื่อต่อต้านจีน อีกทั้งจะขอเชิญทหารสหรัฐฯให้เข้ามาช่วยกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกง สหรัฐเองก็แสดงตนออกมาชัดเจนแม้ภายในประเทศตนยังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ก็มิวายยังเข้ามาแทรกแซงกิจการของธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น ที่มีสาขาอยู่ในสหรัฐ หลังจากที่ธนาคารแห่งนี้ออกมาประกาศจุดยืนสนับสนุนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง

หากย้อนไปดูที่ต้นเหตุแล้ว แท้จริงปัญหาของฮ่องกงมาจากสงครามฝิ่นในปี ค.ศ. 1840 จีนแพ้สงครามที่ต่อสู้กับสหราชอาณาจักรและไม่มีทางเลือกอื่นยกเว้นยกฮ่องกงให้เป็นอาณานิคมของอังกฤษ จวบจนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ.1997 ฮ่องกงกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของจีนอีกครั้ง ตามสนธิสัญญาที่ลงนามโดยจีนและสหราชอาณาจักรเมื่อปี 1984 และวันนี้ฮ่องกงกลายเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน ดังนั้น เป็นที่ทราบกันว่าฮ่องกงเป็นดินแดนของจีนมาแต่เดิม


ในการบริหารฮ่องกงนั้น รัฐบาลจีนก็ใช้หลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” ตั้งแต่ต้น สืบเนื่องจากเมื่อครั้งที่เติ้งเสี่ยวผิงยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยให้คำมั่นว่า “ฮ่องกงจะยังคงสามารถรักษาระบบทุนนิยมและวิถีชีวิตได้ต่อไปอีกเป็นเวลา 50 ปี” นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด “หนึ่งประเทศสองระบบ” นับว่าเป็นวิสัยทัศน์ของท่านที่เฉียบคมที่สุดที่สามารถให้หลักประกันความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงในระยะยาวแก่ชาวฮ่องกงได้ แต่ท่านเสียชีวิตก่อนที่ฮ่องกงจะกลับคืนสู่จีน เติ้งเสี่ยวผิงเองเคยกล่าวว่า สิ่งที่รู้สึกเสียดายที่สุดคือไม่สามารถไปเหยียบแผ่นดินฮ่องกงได้


แต่สิ่งที่เติ้งเสี่ยวผิงไม่ได้คาดหวังคือ เมื่อฮ่องกงกลับมาได้เพียงสิบกว่าปี ความไม่สงบสุขในสังคมฮ่องกงเริ่มปรากฏขึ้นในปี 2014 และทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปีที่แล้ว 2019 การปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วงได้เพิ่มหนักขึ้น ปะทุลามไปจนทำลายทรัพย์สินสาธารณะเสียหายมาก ทำให้ฮ่องกงเกือบกลายเป็นอัมพาต จากฮ่องกงที่มีฉายาว่า “ไข่มุกแห่งบูรพา” ที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว ช็อปปิ้งและลิ้มรสอาหาร กลับกลายเป็นแดนสนธยา ที่มืดมนอลหม่าน


เหตุการณ์นี้ ไม่เพียงเป็นการสูญเสียสำหรับชาวฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ และยังส่งผลกระทบต่อชาวโลกด้วย ทุกฝ่ายในโลกล้วนต้องการเห็นฮ่องกงที่เจริญรุ่งเรือง มั่นคงและมีชีวิตชีวา อยากเห็นฮ่องกงกลับคืนสู่ภาวะปกติ ฉะนั้น การรักษาระเบียบสังคมในฮ่องกงจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน สำหรับรัฐบาลจีนและรัฐบาลฮ่องกง


ในความเป็นจริงแล้ว ปี 2003 รัฐบาลฮ่องกงเองเคยผลักดันร่างกฎหมายมาตรา 23 ของกฎหมายพื้นฐานของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แต่เวลานั้น ต้องเผชิญกับการประท้วงขนาดใหญ่และการคัดค้านจากพรรคเสรีนิยมในฮ่องกง ดังนั้น รัฐบาลฮ่องกงจึงต้องระงับร่างกฎหมายนี้ไว้ก่อน ต่อมาภายหลังเมื่อปี 2019 ความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกงเริ่มตึงเครียดมากขึ้นอีกครั้ง ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลจีนเริ่มตระหนักว่าตนมิอาจตั้งความหวังกับสภานิติบัญญัติแห่งฮ่องกงในการร่าง “มาตรา 23” ได้อีกต่อไป


ดังนั้น สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติในฐานะที่เป็นสภานิติบัญญัติที่สูงที่สุดของจีน จึงมองว่าเมื่อฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน ฮ่องกงยังคงวุ่นวายและเกิดปัญหาสังคมที่ร้ายแรง จึงแสดงความรับผิดชอบ ประกาศที่จะร่างกฎหมายเพื่อให้เป็นเครื่องมือของรัฐสำหรับรักษาความมั่นคงให้กับฮ่องกง


หลังจากมีการประกาศที่จะตรากฎหมายนี้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2020 ที่ผ่านมา บางคนกังวลว่าจีนจะปกครองฮ่องกงด้วยระบบสังคมนิยม ในฐานะที่ผู้เขียนติดตามการเมืองจีนมานาน คิดว่ายังไม่ควรวิตก ตราบใดที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลไม่ท้าทายหลักการ “หนึ่งประเทศจีน” รัฐบาลจีนจะยังคงรักษา “การอยู่ร่วมกันของทั้งสองระบบ” อย่างแน่นอน ระบบทุนนิยมที่ใช้ในฮ่องกงจะไม่เปลี่ยนแปลง ความเป็นอิสระ อำนาจบริหาร อำนาจทางกฎหมาย อำนาจตุลาการอิสระและอำนาจการตัดสินขั้นสุดท้ายของกฏหมายจะไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม “หนึ่งประเทศ” เป็นรากฐานของ “สองระบบ” และ “สองระบบ” อยู่ภายใน “หนึ่งประเทศ” หลักการนี้มิอาจเปลี่ยนแปลงได้สำหรับจีนแผ่นดินใหญ่

ฮ่องกงเป็นของจีนและเป็นเมืองของโลกด้วย การประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติสำหรับฮ่องกง หากมองในแง่ดีแล้ว ก็เพื่อจะรักษาความมั่นคงทางสังคมของฮ่องกงด้วยกฏหมายและสร้างเสถียรภาพทางการเมืองการปกครองของฮ่องกง เพื่อให้เศรษฐกิจของฮ่องกงยังคงหล่อเลี้ยงคนฮ่องกงและชาวโลกให้มั่งคั่งต่อไป


และนี่คือความหวังของจีนแผ่นดินใหญ่ที่อยากจะเห็นแสงไฟแห่งอ่าววิคตอเรียกลับมาโชติช่วงอีกครั้ง

bottom of page